Travel around Thailand

เที่ยวทั่วไทย

สามเหลี่ยมทองคำ

ประวัติความเป็นมา

สามเหลี่ยมทองคำ เดิมหมายถึงแนวตะเข็บชายแดนรอยต่อสามประเทศ คือ ไทย พม่า ลาว มีพื้นที่ประมาณ 1.5 แสน ตารางเมตร ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน มีชนกลุ่มน้อย กองกำลังติดอาวุธอาศัยอยู่หลายกลุ่ม พื้นที่แถบนี้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางว่าเป็นแหล่งปลูกฝิ่นและผลิตยาเสพติดแหล่งใหญ่ มีโรงงานผลิตเฮโรอีนกระจายอยู่ตามตะเข็บชายแดน การลำเลียงฝิ่นใช้คาราวานล่อลัดเลาะไปตามไหล่เขา มีกองกำลังคุ้มกัน ราคาซื้อขายยาเสพติดว่ากันว่าแลกเปลี่ยนด้วยทองคำ ในน้ำหนักที่เท่ากัน จึงเป็นที่มาของชื่อ “สามเหลี่ยมทองคำ”

ตำนานสามเหลี่ยมทองคำปิดฉากลง เมื่อรัฐบาลไทยทำการปราบปรามอย่างจริงจัง ในช่วง พ.ศ. 2510 – 2520 มีการผลักดันกองกำลังติดอาวุธออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะกองกำลังของขุนส่าที่มีฐานที่มั่นอยู่ที่บ้านหินแตก ในปัจจุบันสามเหลี่ยมทองคำเป็นที่รู้จักว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวรอยต่อระหว่างประเทศ และเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากเป็นแหล่งขนถ่ายสินค้าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย

ข้อมูลทั่วไป

สามเหลี่ยมทองคำ เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างสามประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย (จังหวัดเชียงราย) ลาว (แขวงบ่อแก้ว) และพม่า (แขวงท่าขี้เหล็ก, รัฐฉาน) มีลักษณะเป็นพื้นที่สามเหลี่ยมบรรจบกัน โดยมีแม่น้ำโขงตัดผ่านชายแดนไทยและลาว บริเวณนี้ยังเป็นที่บรรจบกันของแม่น้ำโขงและแม่น้ำรวก ที่เรียกว่า “สบรวก”

สามเหลี่ยมทองคำในส่วนของประเทศไทย อยู่ในเขตบ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีท่าเรือขนาดเล็กขนส่งสินค้าไปยังประเทศจีน และลาว เมื่อมองจากฝั่งไทยไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ จะเห็นหมู่บ้านในฝั่งลาวอย่างชัดเจน ส่วนทางพม่าซึ่งอยู่ด้านตะวันตกนั้น ไม่มีหมู่บ้านหรือสิ่งก่อสร้างให้เห็นในระยะใกล้ๆ

จุดเด่นหรือสิ่งที่น่าสนใจ

บริเวณสามเหลี่ยมทองคำจะมีจุดที่น่าสนใจ ได้แก่

หลักกิโลเมตรสามเหลี่ยมทองคำ
สามเหลี่ยมทองคำ
ซุ้มประตูโขงสามเหลี่ยมทองคำ
สามเหลี่ยมทองคำ
ตุงเฉลิมพระเกียรติ
สามเหลี่ยมทองคำ
พระเชียงแสนสี่แผ่นดิน (พระพุทธนวล้านตื้อ)
ประดิษฐานกลางแจ้ง ณ สามเหลี่ยมทองคำ พระพุทธนวล้านตื้นองค์นี้เป็นพระเชียงแสนสี่แผ่นดินเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งได้สร้างขึ้นแทนองค์เดิมที่จมลงแม่น้ำโขง และสร้างขึ้นด้วยทองสัมฤทธิ์ ปิดทองด้วยบุศราคัม น้ำหนักถึง 69 ตัน หน้าตักกว้าง 9.99 ม.สูง 15.99 ม. ประดิษฐานอยู่บน “เรือแก้วกุศลธรรม” ขนาดใหญ่

สามเหลี่ยมทองคำ

เหมาะสำหรับ

เด็ก, เยาวชน, ผู้ใหญ่, ครอบครัว, ผู้ชาย, ผู้หญิง, เที่ยวเป็นกลุ่ม

กิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว

ชมทิวทัศน์สามประเทศที่สวยงาม โดยเฉพาะยามเช้าจะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสายหมอก
นมัสการพระเชียงแสนสี่แผ่นดิน
ถ่ายรูปคู่กับซุ้มประตูสามเหลี่ยมทองคำ มีวิวแม่น้ำโขงเป็นฉากหลัง บริเวณนี้จะมีเด็กๆ แต่งชุดชาวเขาร่วมถ่ายรูปด้วย
ช้อปปิ้งซื้อของที่ระลึก มีร้านจำหน่ายของที่ระลึกเรียงรายสองข้างทาง
ล่องเรือชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำโขง
สามเหลี่ยมทองคำ

นักท่องเที่ยวที่ต้องการนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรือประมาณ 300-400 บาท นั่งได้ 6 คน ที่สามเหลี่ยมทองคำจะมีท่าเรือไว้บริการหลายท่า ถ้าต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงไปไกลถึง เชียงแสนและเชียงของ ก็สามารถหาเช่าเรือได้ ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล

นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขงไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดเชียงรายได้

หากต้องการจะชมทิวทัศน์มุมกว้างของสามเหลี่ยมทองคำบริเวณสบรวกและเพื่อนบ้าน ต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ที่อยู่ริมแม่น้ำโขง

ค่าธรรมเนียม/ค่าเข้าชม

ไม่เสียค่าธรรมเนียม-ค่าเข้าชม

สถานที่ตั้ง

บ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การเดินทาง

โดยรถยนต์
จากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ขึ้นไปทางทิศเหนือ ใช้เส้นทางสายหลักเส้นทางหมายเลข 1 เดินทางไปถึงบริเวณอำเภอเวียงจัน ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร จะเห็นสามแยกไฟแดง มีป้ายบอก ไปอำเภอเชียงแสนและสามเหลี่ยมทองคำบอกไว้ เลี้ยวขวาเข้าไปตามเส้นทางหมายเลข 1016 (แม่จัน-เชียงแสน) อีกประมาณ 30 กิโลเมตร จนสุดเส้นทางจะเจอเส้นทางหมายเลข 1290 เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทาง 1290 ไปตามถนนเลียบน้ำโขง อีกประมาณ 10 กิโลเมตร

โดยรถประจำทาง
จากเชียงรายนั่งรถบัสสีเขียวสายเชียงราย เชียงแสน

Leave comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *.

Skip to toolbar